OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra ยกระดับ ChatGPT และ Codex
โมเดลใหม่เน้นควบคุมคอมพิวเตอร์และทำงานซับซ้อนหลายขั้น พร้อมรองรับบริบทยาวสูงสุด 1.05 ล้านโทเค็น
OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 เพื่อยกระดับความสามารถของ ChatGPT และ Codex หลังจากเปิดตัวโมเดลตระกูล GPT-5 มาได้เพียงหนึ่งปีกว่า
การเปิดใช้งานเริ่มจากองค์กรที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการ Trusted Access หรือ Daybreak ซึ่งสามารถทดลองใช้โมเดลได้ทันที ส่วนผู้ใช้ ChatGPT Plus, Pro, Business และ Enterprise รวมถึงนักพัฒนาที่ใช้งานผ่าน API จะได้รับสิทธิ์แบบทยอยเปิดในช่วงไม่กี่วันหลังการประกาศ
จุดเน้นของ GPT-6 Astra คือ Computer-Use (ความสามารถในการควบคุมและใช้งานคอมพิวเตอร์) โมเดลสามารถดำเนินงานซับซ้อนที่มีหลายขั้นตอน เช่น ใช้เบราว์เซอร์ เขียนโปรแกรม ช่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และทำงานด้าน Cybersecurity (ความปลอดภัยทางไซเบอร์) ความสามารถลักษณะนี้ทำให้โมเดลขยับจากการตอบคำถามหรือสร้างข้อความ ไปสู่การลงมือทำงานผ่านเครื่องมือดิจิทัลมากขึ้น
ด้านข้อมูลนำเข้า โมเดลรองรับ Context Window (ปริมาณข้อมูลที่โมเดลพิจารณาได้ในครั้งเดียว) สูงสุด 1.05 ล้านโทเค็น จึงเหมาะกับงานที่ต้องอ่านฐานโค้ด เอกสาร หรือข้อมูลจำนวนมากต่อเนื่องกัน อย่างไรก็ตาม ขนาดบริบทที่มากขึ้นไม่ได้รับประกันว่าโมเดลจะตีความรายละเอียดทุกส่วนได้ถูกต้องเสมอ ผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบผลลัพธ์ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูง
OpenAI ระบุว่า GPT-6 Astra เป็นโมเดลแรกของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ระดับ Critical ในหมวดความปลอดภัยทางไซเบอร์ ตาม Preparedness Framework (กรอบประเมินความพร้อมและความเสี่ยงของโมเดล) ของบริษัท โดยสามารถตรวจหาช่องโหว่ที่ยังไม่เคยเป็นที่รู้จักและพัฒนาวิธีแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ความสามารถดังกล่าวมีประโยชน์ต่อฝ่ายป้องกันระบบ แต่ก็ทำให้การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงและมาตรการควบคุมมีความสำคัญมากขึ้น
ข้อมูลการเปิดตัวได้รับการยืนยันจากประกาศและ System Card ของ OpenAI ขณะที่หลายสำนักข่าวรายงานตรงกันว่าโมเดลเริ่มให้บริการในสถานะพรีวิวแก่ผู้ใช้บางกลุ่มแล้ว
GPT-6 Astra อาจช่วยให้นักพัฒนาและองค์กรไทยทำงานกับโค้ด เอกสารขนาดใหญ่ และกระบวนการหลายขั้นตอนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความสามารถด้านไซเบอร์ระดับสูงทำให้องค์กรต้องกำหนดสิทธิ์ใช้งานและการตรวจสอบผลลัพธ์อย่างรอบคอบ