‘ฉันไม่ยินยอมให้บันทึก’: นักลงทุนเปลี่ยนชื่อ Zoom ประท้วงวัฒนธรรมใช้ AI จดประชุมทุกการสนทนา
นักลงทุนรายหนึ่งใช้วิธีเปลี่ยนชื่อบน Zoom เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้ AI ช่วยจดบันทึกการประชุมที่แพร่หลายเกินไป สะท้อนความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและประโยชน์ที่แท้จริงของข้อมูลมหาศาลที่ถูกเก็บ
เกิดประเด็นถกเถียงในแวดวงเทคโนโลยี เมื่อ Jeremy Levine นักลงทุน Venture Capital (VC) ใช้วิธีการเรียบง่ายแต่ทรงพลังในการประท้วงวัฒนธรรมการบันทึกและถอดความการประชุมด้วย AI ที่กำลังแพร่หลาย ด้วยการเปลี่ยนชื่อที่แสดงบนโปรแกรม Zoom ของเขาเป็น "Jeremy Levine I do not consent to transcribing or recording" (เจเรมี เลวีน ฉันไม่ยินยอมให้ถอดความหรือบันทึก) ตามรายงานของ TechCrunch ที่อ้างอิงมาจาก The Wall Street Journal
การกระทำดังกล่าวไม่ใช่การแฮกระบบหรือการใช้ฟีเจอร์ทางเทคนิคแต่อย่างใด แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านการที่แอปพลิเคชันจดบันทึกด้วย AI (AI note-taking apps) ถูกนำมาใช้บันทึกการสนทนาแทบทุกประเภทโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่การประชุมทางธุรกิจไปจนถึงการพูดคุยทั่วไป หรือแม้กระทั่งการออกเดท ซึ่ง Levine มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ "ไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคม" (socially unacceptable) และอาจสร้างปัญหาทางกฎหมายตามมาได้
ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดคำถามสำคัญว่า การบันทึกและถอดความทุกการสนทนาเก็บไว้นั้นมีประโยชน์จริงหรือไม่ บทความได้เปรียบเทียบข้อมูลเสียงและข้อความจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ว่าเป็นเหมือน "กองขยะเสียง" (audio landfill) ที่สุดท้ายแล้วอาจไม่มีใครกลับไปเปิดฟังหรืออ่านมันอย่างจริงจัง การกระทำของ Levine จึงเป็นการท้าทายแนวคิดที่ว่าการเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ก่อนเป็นเรื่องดีเสมอไป และกระตุ้นให้สังคมหันมาพิจารณาถึงความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีกับสิทธิในความเป็นส่วนตัวและการยินยอมของผู้ร่วมสนทนา
กรณีนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรในไทยตระหนักถึงประเด็นเรื่องการขอความยินยอมและความเป็นส่วนตัว ก่อนจะนำเครื่องมือ AI มาใช้บันทึกการประชุมหรือการสนทนาต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น