สนามบินนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ เปิดตัว 'ผู้ช่วย AI' บนเว็บไซต์ ตอบทุกคำถามการเดินทางแบบเรียลไทม์
การท่าเรือฯ นิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์อัปเกรดเว็บไซต์ 4 สนามบินหลัก เพิ่มผู้ช่วย AI เฉพาะทาง ช่วยนักเดินทางวางแผน เช็คเวลารอคิว-ที่จอดรถได้ก่อนถึงสนามบิน
ใครที่กำลังจะเดินทางไปนิวยอร์กหรือนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เตรียมวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น เมื่อการท่าเรือแห่งนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ (Port Authority of New York and New Jersey - PANYNJ) ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ล่าสุด เป็น "ผู้ช่วย AI" (AI assistants) บนเว็บไซต์ทางการที่ปรับปรุงใหม่ของ 4 สนามบินในความดูแล ได้แก่ สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี (JFK), นวร์ก ลิเบอร์ตี้ (Newark Liberty), ลากวาร์เดีย (LaGuardia) และนิวยอร์ก สจวร์ต (New York Stewart)
จุดเด่นของเครื่องมือนี้คือเป็น AI ที่ถูกฝึกฝนข้อมูลมาโดยเฉพาะสำหรับแต่ละสนามบิน ทำให้สามารถตอบคำถามของผู้เดินทางได้อย่างเจาะจงและเป็นปัจจุบัน (real-time) ผู้ใช้สามารถสอบถามข้อมูลสำคัญที่มักเป็นเรื่องกังวลก่อนไปสนามบินได้ทันที เช่น ระยะเวลาที่ต้องรอคิวตรวจความปลอดภัย (security wait times) ในขณะนั้น, สถานะที่จอดรถว่าเต็มหรือไม่, ตำแหน่งและข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ, บริการสำหรับผู้พิการ, ไปจนถึงรายชื่อร้านอาหารและร้านค้าภายในสนามบิน
เป้าหมายหลักของการท่าเรือฯ คือการอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางสามารถเตรียมตัวและวางแผนได้อย่างราบรื่นก่อนจะเดินทางมาถึงสนามบิน ช่วยลดความสับสนและความเครียดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่คาดว่าจะเดินทางมายังนิวยอร์กเพื่อร่วมกิจกรรมใหญ่อย่างการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) และงานเฉลิมฉลอง America250 ที่กำลังจะมาถึง
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของแต่ละสนามบิน (JFK, Newark Liberty, LaGuardia หรือ New York Stewart) และเริ่มสอบถามได้เลย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ ผู้ช่วย AI นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลและการวางแผนเท่านั้น จะไม่สามารถทำรายการจอง, ชำระเงิน หรือจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้ และไม่ใช่เครื่องมือที่มาแทนที่แอปพลิเคชันของสายการบินหรือบัตรโดยสารแต่อย่างใด
เป็นตัวอย่างการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับบริการสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสนามบิน เพื่อช่วยลดความยุ่งยากและอำนวยความสะดวกให้นักเดินทาง ซึ่งเป็นโมเดลที่สนามบินอื่นๆ รวมถึงในไทยอาจนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต