FAA เริ่มใช้ SMART เครื่องมือ AI ช่วยคาดการณ์ปัญหาจราจรทางอากาศ
ระบบใหม่วิเคราะห์ข้อมูลกว่า 200 แหล่งเพื่อเสนอคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีอำนาจเปลี่ยนเส้นทางบินเอง
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA เริ่มนำเครื่องมือ AI ชื่อ SMART มาใช้ช่วยบริหารจราจรทางอากาศแบบจำกัด เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2026 ที่สนามบินหลักสามแห่งในเขตวอชิงตัน ดี.ซี. ได้แก่ Reagan National, Dulles และ Baltimore-Washington ก่อนวางแผนขยายไปยังพื้นที่อื่นของสหรัฐฯ ในอนาคต
SMART ย่อมาจาก Strategic Management of Airspace, Routes and Trajectories เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 200 แหล่ง ทั้งสภาพอากาศ เส้นทางบิน ปริมาณจราจร และข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ เป้าหมายคือช่วยคาดการณ์ความแออัดหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า แล้วเสนอแนวทางให้ผู้ปฏิบัติงานพิจารณา
จุดสำคัญคือ SMART ไม่ใช่ระบบควบคุมเครื่องบินอัตโนมัติ และไม่ได้เข้ามาแทน Air Traffic Controller (เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ) ตัวระบบไม่มีอำนาจสั่งเปลี่ยนเส้นทางบินโดยตรง เจ้าหน้าที่ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธคำแนะนำของ AI
โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท Air Space Intelligence ภายใต้สัญญามูลค่าประมาณ 875 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเริ่มใช้งานเพียงสามสนามบินจึงเป็นช่วงสำคัญสำหรับดูว่าระบบสามารถช่วยเจ้าหน้าที่รับมือข้อมูลจำนวนมากและคาดการณ์ปัญหาได้ดีเพียงใด ก่อนนำไปใช้ในวงกว้าง
ในมุมเครื่องมือ AI น่าลอง SMART แสดงให้เห็นการใช้ AI กับงานที่มีความเสี่ยงสูงโดยกำหนดให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้ไม่ได้เปิดให้ผู้โดยสารหรือคนทั่วไปทดลองใช้ ขณะนี้เป็นระบบสำหรับงานของ FAA ในพื้นที่นำร่อง และยังต้องติดตามผลจากการใช้งานจริงรวมถึงแผนขยายระบบต่อไป
แนวทางนี้น่าสนใจต่อหน่วยงานการบินทั่วโลก รวมถึงไทย เพราะแสดงตัวอย่างการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนโดยไม่ตัดมนุษย์ออกจากกระบวนการตัดสินใจ แต่ผลด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพยังต้องพิสูจน์จากการใช้งานจริง