พนักงานความปลอดภัย OpenAI ลาออก ชี้วัฒนธรรมองค์กรพังทลายและเร่งรีบเกินไป
เดวิด โรบินสัน พนักงานด้านความปลอดภัยของ OpenAI ตัดสินใจลาออกหลังทำงานมา 3 ปีครึ่ง พร้อมวิจารณ์วัฒนธรรมองค์กรว่าให้ความสำคัญกับความเร็วจนละเลยความปลอดภัย
เดวิด โรบินสัน (David Robinson) พนักงานด้านความปลอดภัย (Safety) ซึ่งทำงานร่วมกับ OpenAI มาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ได้ประกาศลาออกพร้อมกับเผยแพร่บทความผ่านสื่อ เดอะ แอตแลนติก (The Atlantic) โดยระบุว่าวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทในปัจจุบัน "พังทลาย" ลงแล้ว
โรบินสันวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทว่าเน้นการทำงานแบบเร่งรีบต่อเนื่อง (perpetual sprints) และใช้วิธีลองผิดลองถูก (trial and error) ซึ่งเขามองว่าเป็นแนวทางที่ทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องรอง และมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อระบบ AI มีขีดความสามารถที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ เขายังเสนอแนะให้ห้องปฏิบัติการพัฒนา AI หันมาใช้แนวทางการกำกับดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดและเป็นระบบ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์หรืออุตสาหกรรมการบิน ซึ่งต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบและมีระบบป้องกันความผิดพลาดที่รัดกุม
การลาออกครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในกลุ่มบุคลากรด้านความปลอดภัยของ OpenAI ที่ทยอยลาออกเนื่องจากความกังวลด้านทิศทางองค์กร โดยก่อนหน้านี้เคยมีอดีตพนักงานอย่าง แจน เลย์เก (Jan Leike) และ แดเนียล โคโคทัจโล (Daniel Kokotajlo) ออกมาตั้งข้อสังเกตในลักษณะเดียวกันถึงปัญหาวัฒนธรรมองค์กรในซิลิคอนวัลเลย์ที่ให้ความสำคัญกับการแข่งขันและความเร็วมากกว่าความปลอดภัยของสังคม ทั้งนี้ แม้ OpenAI จะมีการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดตัวตระกูลจีพีที-6 (GPT-6) ไปเมื่อช่วงปลายปี 2026 แต่ประเด็นด้านกระบวนการตรวจสอบและวัฒนธรรมภายในก็ยังคงเป็นที่จับตาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
เหตุสะท้อนปัญหาภายในของ OpenAI ช่วยให้ผู้ใช้งานและผู้กำหนดนโยบายในไทยเห็นภาพเบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยี AI ระดับโลก ว่ายังมีโจทย์ใหญ่เรื่องความปลอดภัยที่องค์กรพัฒนาต้องเร่งหาจุดสมดุลระหว่างความเร็วในการแข่งขันทดลองกับความรับผิดชอบต่อสังคม