ผลศึกษาชี้ ระบบค้นหา AI ของกูเกิลแนะนำสินค้าแพงกว่าแบบดั้งเดิม 21.6%
ผลวิเคราะห์เผยโหมดค้นหา AI ของกูเกิลมักแสดงสินค้าที่มีราคาสูงกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิมถึง 21.6% พร้อมพบสินค้าที่ทับซ้อนกันน้อยมาก
สำนักข่าวทันเอไอรายงานว่า บริษัทติดตามข้อมูลอีคอมเมิร์ซ เอสอีโอ (E-commerce SEO) อย่าง พรอดดักต์ไรส์ (Productrise) ได้เผยแพร่ผลการศึกษาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ซึ่งทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโหมดค้นหาปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ โมด (AI Mode) กับการค้นหาแบบดั้งเดิม (Traditional Search) ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 9 ถึง 31 สิงหาคม 2026
จากการศึกษาพบว่า เมื่อระบบแสดงสินค้าชนิดเดียวกันในทั้งสองรูปแบบ ราคาในโหมดเอไอสูงกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิมเฉลี่ยถึง 21.6% นอกจากนี้ยังมีอัตราการซ้อนทับกันของสินค้าที่แสดงผลเพียง 1.28% เท่านั้น และในกรณีที่พบสินค้าตัวเดียวกัน ทั้งสองโหมดยังแสดงรายชื่อผู้จำหน่าย (Seller) แตกต่างกันเกือบ 50%
ด้านกูเกิล (Google) ออกมาโต้แย้งว่าทางบริษัทไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานชิ้นนี้ พร้อมยืนยันว่าผลลัพธ์การช้อปปิ้งทั้งหมด ทั้งในเอไอ โมด และหน้าผลการค้นหาปกติ ดึงข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกันคือ ช้อปปิ้งกราฟ (Shopping Graph) พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้คลิกเข้าไปดูรายละเอียดสินค้าเพื่อเปรียบเทียบราคาจากผู้จำหน่ายรายต่างๆ ด้วยตนเอง โดยข่าวนี้ได้รับการรายงานและยืนยันการมีอยู่ของผลการศึกษาจากสื่อหลายสำนัก เช่น ฟิวเจอริซม์ (Futurism), พีซีแมก (PCMag), และ เสิร์ชเอนจินเจอร์นัล (Search Engine Journal)
สะท้อนให้เห็นว่าการใช้เอไอในการช่วยค้นหาสินค้าอาจทำให้ผู้บริโภคเจอตัวเลือกที่มีราคาสูงกว่าปกติ ผู้ใช้งานจึงควรตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง