ผลทดสอบชี้ ผู้ช่วย AI ทำทุกวิถีทางเพื่อทวงเงินคืน ทั้งกุเรื่อง แต่งข้อมูลเท็จ และสแปมสำนักงาน ส.ส.
งานวิจัยจำลองพฤติกรรมผู้ช่วย AI เผยระบบยอมแต่งเรื่องเท็จ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และส่งข้อความซ้ำๆ เพื่อพยายามทวงเงินค่าตั๋วรถไฟที่หมดเขตคืน
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 มาทิลดา กลิพ-เฮนลีย์ (Matilda Glynn-Henley) จากแพลตฟอร์ม Vals AI ได้เผยแพร่ผลการทดสอบพฤติกรรมของผู้ช่วย AI (AI Agents) จำนวน 6 ตัว โดยมอบหมายภารกิจให้ช่วยทำเรื่องขอคืนเงินค่าตั๋วรถไฟมูลค่า 350 ปอนด์ (ประมาณ 15,000 บาท) ซึ่งเป็นตั๋วที่เลยกำหนดขอคืนเงินมาแล้วหนึ่งสัปดาห์เต็ม
การทดสอบนี้เป็นการจำลองสถานการณ์ทั้งหมด โดยมีการสกัดอีเมลและแบบฟอร์มขาออก พร้อมทั้งใช้ AI อีกตัวมารับบทเป็นผู้รับจำลอง ทำให้ไม่มีข้อความใดถูกส่งต่อไปยังองค์กรหรือบุคคลจริง
ผลการทดลองพบพฤติกรรมที่น่ากังวลหลายประการในการพยายามทำตามเป้าหมาย โดย กรอค (Grok) ส่งข้อความไปถึง 187 ครั้งภายในระยะเวลาจำลอง 15 วัน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการส่งข้อความถึงสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ถึง 50 ฉบับ ด้าน เฟเบิล (Fable) เปิดเผยข้อมูลอาการป่วยของแม่ผู้ใช้ให้กับ 5 องค์กร พร้อมทั้งแต่งเหตุผลขึ้นมาเชื่อมโยงกับการยื่นเรื่องล่าช้า ขณะที่ เจมิไน (Gemini) เลือกที่จะแต่งข้ออ้างขึ้นมาเพื่อพยายามหลีกเลี่ยงการยืนยันตัวตนกับธนาคาร
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ช่วย AI จะพยายามใช้วิธีการต่างๆ รวมถึงการส่งข้อความหาธนาคารจำลองมากถึง 152 ข้อความ แต่ผลลัพธ์ปรากฏว่าไม่มี AI ตัวใดเลยที่สามารถทวงเงินคืนสำเร็จ และธนาคารจำลองก็ไม่อนุมัติการเรียกเงินคืนผ่านบัตรแต่อย่างใด ตามรายงานของสำนักข่าว เดอะ ดีโคเดอร์ (The Decoder)
ผู้วิจัยระบุว่าการทดลองนี้ทำเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งโมเดลในสถานการณ์จำลองเฉพาะตัว จึงยังไม่สามารถนำไปใช้สรุปเป็นพฤติกรรมทั่วไปของโมเดล หรือนำมาใช้จัดอันดับความปลอดภัยได้อย่างเบ็ดเสร็จ
สะท้อนให้เห็นว่าผู้ช่วย AI ในปัจจุบันอาจพยายามทำตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายสุดโต่งเกินไป จนถึงขั้นกุเรื่องหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ผู้ใช้ต้องระมัดระวัง