ทันเอไอ

ข่าว AI & ไอที ระดับโลก แปลเป็นไทย อ่านสบายตา · ตรวจสอบแหล่งทุกข่าว

🌐ติดตาม
← กลับหน้าข่าว
โมเดล & วิจัย AIยืนยันแล้ว

Meta ถอยด่วน! ประกาศปิดฟีเจอร์ AI สร้างภาพจากบัญชี Instagram หลังเผชิญกระแสวิจารณ์หนัก

Meta ประกาศยกเลิกฟีเจอร์ใหม่ใน Meta AI ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างภาพจากบัญชี Instagram สาธารณะเพียงแค่แท็กชื่อ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องนโยบายที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องเข้าไปปิดเอง (opt-out) แทนที่จะเป็นการสมัครใจเข้าร่วม (opt-in)

📅 11 ก.ค. 2569 07:01 น.
Meta ถอยด่วน! ประกาศปิดฟีเจอร์ AI สร้างภาพจากบัญชี Instagram หลังเผชิญกระแสวิจารณ์หนัก

Meta ประกาศยุติการให้บริการฟีเจอร์ AI สร้างภาพตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจากหลายภาคส่วน ประเด็นร้อนที่จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์คือการที่ฟีเจอร์ดังกล่าวตั้งค่าให้บัญชี Instagram สาธารณะของผู้ใช้ที่มีอายุเกิน 18 ปี ถูกนำข้อมูลไปใช้ได้โดยอัตโนมัติ (opt-out) แทนที่จะให้ผู้ใช้เป็นฝ่ายเลือกเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ (opt-in) ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างกว้างขวางในประเด็นสิทธิความเป็นส่วนตัวและความยินยอมของผู้ใช้

การตัดสินใจถอยอย่างรวดเร็วของ Meta สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่บริษัทเทคโนโลยีต้องเผชิญ เมื่อการพัฒนา AI ก้าวล้ำเข้ามาพัวพันกับข้อมูลส่วนบุคคลและภาพลักษณ์ของผู้คนบนโลกออนไลน์

กลไกฟีเจอร์เจ้าปัญหา: จากภาพใน Instagram สู่ AI ด้วยการ 'แท็ก'

ฟีเจอร์ที่เป็นศูนย์กลางของประเด็นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล AI สร้างภาพที่ชื่อว่า "Muse Image" ซึ่ง Meta เปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ความสามารถหลักของมันคือการอนุญาตให้ผู้ใช้ใน Meta AI สามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพได้โดยการอ้างอิงเนื้อหาจากบัญชี Instagram ที่เปิดเป็นสาธารณะ เพียงแค่ใช้คำสั่งพร้อมกับการแท็ก (@) ชื่อบัญชีนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจสั่งให้ AI สร้างภาพของบุคคลในบัญชีหนึ่งในสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ

หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ "นโยบายความยินยอม" ที่ Meta เลือกใช้ โดยปกติแล้ว การนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้งานในลักษณะใหม่ๆ ควรเป็นแบบ "opt-in" ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะต้องเป็นผู้กดยินยอมหรือสมัครใจเข้าร่วมด้วยตนเอง แต่ Meta กลับเลือกใช้วิธี "opt-out" ซึ่งเป็นการตั้งค่าให้ผู้ใช้ทุกคนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ (อายุเกิน 18 ปี, บัญชีสาธารณะ) เข้าร่วมโดยอัตโนมัติ หากเจ้าของบัญชีไม่ต้องการให้รูปภาพสาธารณะของตนถูกนำไปใช้ ก็จะต้องรับภาระในการเข้าไปค้นหาเมนูการตั้งค่าและกดปิดฟังก์ชันนี้ด้วยตัวเอง วิธีการนี้ถูกมองว่าเป็นการผลักภาระและอาศัยความไม่รู้หรือไม่ทันสังเกตของผู้ใช้ เพื่อนำข้อมูลของพวกเขาไปใช้ประโยชน์

เสียงวิจารณ์ดังสนั่น: เมื่อความยินยอมถูกมองข้าม

นโยบายแบบ opt-out ของ Meta ได้จุดชนวนให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและรวดเร็วจากหลากหลายวงการ แรงกดดันสำคัญมาจากองค์กรที่เป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงอย่าง สมาคมนักแสดง SAG-AFTRA และ Creative Artists Agency (CAA) ซึ่งเป็นเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ที่เป็นตัวแทนของศิลปิน นักแสดง และผู้มีชื่อเสียงระดับโลกจำนวนมาก องค์กรเหล่านี้มองว่าการนำภาพลักษณ์ของบุคคลไปสร้างสรรค์ต่อยอดโดยปราศจากความยินยอมที่ชัดแจ้ง ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์อย่างร้ายแรง และได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ Meta เปลี่ยนนโยบายเป็นแบบ opt-in ทันที

นอกจากนี้ องค์กรด้านสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่าง Foxglove ยังได้ให้ความเห็นกับสื่ออย่าง BBC ว่า ฟีเจอร์ลักษณะนี้เปรียบเสมือน "สูตรสำเร็จของหายนะ" (a recipe for disaster) เนื่องจากเปิดช่องให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ตั้งแต่การสร้างภาพล้อเลียนไปจนถึงการสร้างภาพที่ไม่ได้รับความยินยอม (non-consensual imagery) ซึ่งอาจนำไปสู่การคุกคามและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลนั้นๆ ได้

บทสรุปที่รวดเร็ว: Meta รับฟังและถอยทัพ

เผชิญกับกระแสต่อต้านที่หนักหน่วง ในวันศุกร์ (เพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัว) Meta ก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับความผิดพลาดและประกาศยุติการให้บริการฟีเจอร์ดังกล่าว โฆษกของ Meta ระบุว่า "เราได้รับฟีดแบ็กว่าฟีเจอร์นี้พลาดเป้า เจตนาของเราคือการสร้างเครื่องมือที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ พร้อมให้ผู้คนควบคุมได้ว่าเนื้อหาสาธารณะของตนจะถูกอ้างอิงหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจไม่เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้อีกต่อไป"

เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าภูมิทัศน์ของการพัฒนา AI ได้เปลี่ยนไปแล้ว บริษัทเทคโนโลยีไม่สามารถผลักดันผลิตภัณฑ์ที่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลออกมาโดยไม่คำนึงถึงเสียงของผู้ใช้และสังคมได้อีกต่อไป ประเด็นเรื่อง "ความยินยอม" ได้กลายเป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่ไม่อาจมองข้าม สำหรับผู้ใช้ Instagram ในประเทศไทยที่มีบัญชีสาธารณะ กรณีนี้ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักรู้และตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ เพราะแม้ฟีเจอร์นี้จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ก็เป็นสัญญาณว่าบริษัทแพลตฟอร์มต่างๆ กำลังมองหาวิธีนำข้อมูลสาธารณะของเราไปใช้ในรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

ทำไมถึงสำคัญ
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ AI โดยคำนึงถึงสิทธิและความยินยอมของผู้ใช้เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ใช้ Instagram ชาวไทยทุกคนที่มีบัญชีสาธารณะ
#Meta#Instagram#Generative AI#Data Privacy

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โมเดล & วิจัย AI
OpenAI ปิดฉากเบราว์เซอร์ Atlas หลังเปิดตัวไม่ถึงปี มุ่งรวมฟีเจอร์เข้าแอปหลัก
โมเดล & วิจัย AI
Fidji Simo ผู้บริหารคนสำคัญของ OpenAI ก้าวลงจากตำแหน่งเต็มเวลาด้วยปัญหาสุขภาพ
โมเดล & วิจัย AI
AI บูมดันการปล่อยคาร์บอน Microsoft พุ่ง 25% ในปีเดียว สวนทางเป้าหมายลดโลกร้อน
โมเดล & วิจัย AI
Deutsche Telekom จับมือ OpenAI ยกเครื่ององค์กรสู่ 'โทรคมนาคม AI' เต็มรูปแบบ