ทันเอไอ

ข่าว AI & ไอที ระดับโลก แปลเป็นไทย อ่านสบายตา · ตรวจสอบแหล่งทุกข่าว

🌐ติดตาม
← กลับหน้าข่าว
โมเดล & วิจัย AIยืนยันแล้ว

Deutsche Telekom จับมือ OpenAI ยกเครื่ององค์กรสู่ 'โทรคมนาคม AI' เต็มรูปแบบ

ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมเยอรมนีประกาศความร่วมมือระยะยาว นำ ChatGPT และเทคโนโลยี AI จาก OpenAI มาใช้ปฏิวัติทุกส่วนงาน ตั้งแต่บริการลูกค้าไปจนถึงการจัดการเครือข่าย

📅 11 ก.ค. 2569 01:46 น.
Deutsche Telekom จับมือ OpenAI ยกเครื่ององค์กรสู่ 'โทรคมนาคม AI' เต็มรูปแบบ
ภาพประกอบ AI · ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังแทรกซึมเข้าไปในทุกอุตสาหกรรม บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Deutsche Telekom (DT) ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของวงการในอนาคต ด้วยการประกาศความร่วมมือเชิงลึกและระยะยาวกับ OpenAI เพื่อนำเทคโนโลยี AI ระดับแนวหน้ามาปฏิรูปองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น "บริษัทโทรคมนาคมที่ขับเคลื่อนด้วย AI" (AI-native telco) อย่างแท้จริง การจับมือกันครั้งนี้ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ไม่ใช่แค่การนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือเสริม แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับทุกกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การสื่อสารกับลูกค้าไปจนถึงการบริหารจัดการโครงข่ายอันซับซ้อน

จาก 'ChatGPT Enterprise' สู่ผู้ช่วยอัจฉริยะในทุกแผนก

หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงใน Deutsche Telekom คือการนำ ChatGPT Enterprise ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับองค์กรที่มีความปลอดภัยและความสามารถสูงกว่าเวอร์ชันทั่วไป มาใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วทั้งบริษัทที่มีพนักงานกว่า 200,000 คนทั่วโลก เป้าหมายคือการเสริมศักยภาพให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดขึ้น โดย DT เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรกๆ ของโลกที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงโมเดล AI ของ OpenAI ในระยะ "อัลฟา" (alpha) ซึ่งเป็นเวอร์ชันทดสอบแรกสุด ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในการทดลองและพัฒนากรณีการใช้งานใหม่ๆ ก่อนใคร โดยแผนการนำร่องจะเริ่มต้นในไตรมาสแรกของปี 2026 ก่อนจะขยายสู่การใช้งานเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน

ในทางปฏิบัติ AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญในหลายส่วนงาน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการยกระดับงานบริการลูกค้า โดยจะมีการพัฒนาผู้ช่วย AI สำหรับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ที่สามารถทำลายกำแพงด้านภาษาด้วยการแปลบทสนทนาระหว่างลูกค้าและพนักงานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยค้นหาข้อมูลเชิงเทคนิคหรือเงื่อนไขบริการที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และยังสามารถสรุปประเด็นสำคัญหลังจบการสนทนาได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระงานเอกสารและทำให้พนักงานมีเวลาโฟกัสกับการแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลจากบล็อกของ OpenAI ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการยอมรับเทคโนโลยีนี้ภายในองค์กร โดยระบุว่าปัจจุบันมีพนักงานของ DT มากกว่า 50,000 คนที่ใช้งาน ChatGPT และเครื่องมือ API (ช่องทางการเชื่อมต่อโปรแกรม) เป็นประจำทุกเดือน และพบว่าปริมาณการใช้งานเครื่องมือ AI ภายในองค์กรนับตั้งแต่ต้นปี 2026 เพิ่มสูงขึ้นถึง 546% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสถิติดังกล่าวมาจากบล็อกของ OpenAI โดยตรง และยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระอื่น ซึ่งเป็นข้อพึงระวังในการตีความตัวเลขการยอมรับเทคโนโลยีในวงกว้าง

ปฏิวัติโครงข่าย: AI กับการจัดการ 'หลังบ้าน' ของโทรคมนาคม

นอกเหนือจากการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรง ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่การปฏิวัติ "หลังบ้าน" หรือส่วนปฏิบัติการเครือข่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโทรคมนาคม เบื้องหลังสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตที่ราบรื่นคือการจัดการทรัพยากรเครือข่ายที่ซับซ้อนมหาศาล ซึ่งในอดีตต้องอาศัยการวางแผนและแก้ไขปัญหาโดยมนุษย์เป็นหลัก

Deutsche Telekom ตั้งเป้าที่จะใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณการใช้งานเครือข่ายจำนวนมหาศาลเพื่อปรับเปลี่ยนและจัดสรรทรัพยากรได้แบบเรียลไทม์ (real-time) ตัวอย่างเช่น AI สามารถเรียนรู้และคาดการณ์รูปแบบการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ เช่น ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือระหว่างการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ และทำการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาคอขขวด (bottleneck) ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งจะนำไปสู่เครือข่ายที่มีเสถียรภาพสูงขึ้น และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ากว่า 300 ล้านคนทั่วโลก

ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและนัยยะต่อผู้ใช้ในไทย

การเคลื่อนไหวของ Deutsche Telekom ไม่ใช่แค่ข่าวการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ AI จะกลายเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจกลายเป็นต้นแบบที่สร้างแรงกดดันให้ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวตามเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับประเทศไทยและผู้ใช้งานในประเทศ การเปลี่ยนแปลงระดับโลกครั้งนี้อาจส่งผลกระทบในระยะยาว โดยเป็นตัวเร่งให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยต้องหันมาทบทวนยุทธศาสตร์ด้าน AI ของตนเองอย่างจริงจังมากขึ้น หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จและกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ในอนาคตเราอาจได้เห็นบริการลูกค้าที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น เครือข่ายที่มีความเสถียรและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม รวมถึงบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการผสานศักยภาพของ AI เข้ากับโครงข่ายการสื่อสาร ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ก็คือผู้บริโภคทุกคน

ทำไมถึงสำคัญ
การเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่ระดับโลกครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้ให้บริการในไทยและทั่วโลกต้องปรับตัวตามในอนาคต
#Deutsche Telekom#OpenAI#ChatGPT Enterprise#โทรคมนาคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โมเดล & วิจัย AI
Fidji Simo ผู้บริหารคนสำคัญของ OpenAI ก้าวลงจากตำแหน่งเต็มเวลาด้วยปัญหาสุขภาพ
โมเดล & วิจัย AI
AI บูมดันการปล่อยคาร์บอน Microsoft พุ่ง 25% ในปีเดียว สวนทางเป้าหมายลดโลกร้อน
โมเดล & วิจัย AI
MUFG ธนาคารยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น จับมือ OpenAI ตั้งเป้าสู่องค์กร 'AI-Native' เต็มรูปแบบ
โมเดล & วิจัย AI
OpenAI เปิดตัว GPT-Live อัปเกรด ChatGPT Voice คุยลื่นเหมือนมนุษย์จริง