FAA ทุ่มงบกว่า 870 ล้านดอลลาร์ ดึง AI ช่วยจัดการจราจรทางอากาศ
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) เดินหน้าโปรเจกต์ใหญ่ นำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจจับความขัดแย้งเส้นทางบินล่วงหน้า เพื่อแก้ปัญหาความหนาแน่นบนท้องฟ้า
สำนักข่าวเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (The Wall Street Journal) และสื่อเทคโนโลยีหลายแห่งรายงานว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทแอร์สเปซอินเทลลิเจนซ์ หรือเอเอสไอ (Air Space Intelligence - ASI) เป็นมูลค่า 875 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ กว่า 3 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการนาน 12 ปี เพื่อพัฒนาและใช้งานระบบซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โปรเจกต์นี้มีชื่อว่าระบบสมาร์ท (SMART หรือ Strategic Management of Airspace, Routes, and Trajectories) รวมถึงระบบเอฟเอ็มดีเอส (FMDS หรือ Flow Management Data and Services) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลตารางบิน สภาพอากาศ ความจุของสนามบิน และข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน จุดเด่นคือช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์ความหนาแน่นและตรวจหาความขัดแย้งของเส้นทางบินล่วงหน้าได้นานขึ้น จากเดิมที่วางแผนล่วงหน้าได้เพียง 15 นาที ขยับขึ้นไปเป็นประมาณ 2 ชั่วโมง
ทาง FAA มีแผนจะเริ่มใช้งานระบบนี้จริงในพื้นที่เขตวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 หรือช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ก่อนจะพิจารณาขยายผลไปทั่วประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางการเน้นย้ำว่าระบบ AI นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ "สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ" (Air Traffic Controllers) เท่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อนำ AI มาแทนที่มนุษย์หรือนักบินแต่อย่างใด
สะท้อนภาพการนำ AI ระดับองค์กรใหญ่มาประยุกต์ใช้ในงานความปลอดภัยสูง ที่เน้นบทบาทการเป็นผู้ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าการทำงานแทนทั้งหมด