Legora ใช้โมเดล OpenAI และ Codex เร่งงานกฎหมาย
OpenAI เผยแพร่กรณีศึกษาบริษัทเทคโนโลยีกฎหมาย Legora ที่บอกว่าใช้โมเดลของ OpenAI ตรวจเอกสารและวิเคราะห์สัญญา แต่ตัวเลขผลลัพธ์ที่อ้างยังไม่มีใครตรวจสอบอิสระ
เมื่อ 28 ต.ค. 2026 OpenAI เผยแพร่บทความกรณีศึกษาลูกค้า ระบุว่า Legora บริษัทเทคโนโลยีด้านกฎหมาย ใช้โมเดลของ OpenAI ในงานกฎหมายและการตรวจเอกสาร และใช้ Codex เครื่องมือเขียนโค้ดของ OpenAI ภายในบริษัท เป้าหมายที่บริษัทอธิบายคือทำให้ขั้นตอนงานกฎหมายเร็วขึ้น ขยายการวิเคราะห์สัญญา และให้ทนายใช้เวลากับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
Legora ใช้คำว่า "agentic operating system" หรือระบบปฏิบัติการแบบเอเจนต์ เรียกผลิตภัณฑ์ของตัวเอง Artificial Lawyer รายงานเมื่อ 7 พ.ค. 2026 ว่าบริษัทเปิดตัว aOS ซึ่งเชื่อมงานรับเรื่อง ค้นคว้า ร่างเอกสาร และตรวจเอกสารเข้าด้วยกันในระบบเดียว
ฝั่งลูกค้ามีความเคลื่อนไหวที่ตรวจสอบได้ สำนักงานกฎหมาย HSF Kramer ประกาศเมื่อ 12 มี.ค. 2026 ว่าเลือก Legora เป็นแพลตฟอร์ม AI ทั่วทั้งสำนักงาน สำหรับงานเอกสาร การวิเคราะห์ การสรุป และการแปล ส่วนผู้เขียนใน Legal IT Insider เคยดูการสาธิตระบบติดตามกฎระเบียบ การสร้างแผนผังความสัมพันธ์ของบริษัท และการตรวจเอกสารจำนวนมากเพื่อทำ due diligence หรือการตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรม อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการดูสาธิต ไม่ใช่การทดสอบประสิทธิภาพโดยหน่วยงานอิสระ
ตัวเลขที่ถูกอ้างถึงมีหลายรายการ ได้แก่ ลดเวลาตรวจ NDA หรือสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ลดระยะเวลาดำเนินงานสัญญา 90 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดได้มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ และคืนเวลาให้ทนายเฉลี่ย 9.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำกล่าวของผู้บริหาร Legora ในบทความ ลูกค้าที่ยกมาเป็นกลุ่ม Fortune 100 ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ และจากการค้นครั้งนี้ยังไม่พบการตรวจสอบอิสระรองรับตัวเลขเหล่านี้
ควรสังเกตด้วยว่าบทความนี้ OpenAI เป็นผู้เผยแพร่เองในฐานะกรณีศึกษา บทความไม่ได้ระบุรุ่นโมเดลที่ใช้ และไม่ได้อธิบายวิธีวัดผลอย่างละเอียด จึงควรอ่านเป็นมุมมองของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ผลการประเมินเป็นกลาง
สำนักงานกฎหมายระดับโลกเริ่มนำ AI เข้าสู่งานเอกสารประจำวันแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีทำงานของทนายและสำนักงานกฎหมายไทยในอนาคต แต่ตัวเลขประสิทธิภาพยังต้องรอการพิสูจน์จากภายนอก