เมื่อ AI ช่วยเขียนโค้ดเร็วเกินไป จนระบบตรวจทานเดิมกลายเป็นคอขวด
ทีมวิศวกรเผยเครื่องมือ AI ทำให้ปริมาณโค้ดทะลัก จนระบบทดสอบอัตโนมัติแบบเดิมรับไม่ไหว
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยเขียนโปรแกรม นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างโค้ดและส่งคำขอแก้ไขงาน (Pull Request) ได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างมาก ล่าสุดมีรายงานจากทีมวิศวกรของแพลตฟอร์ม Linear ระบุว่า ปริมาณงานที่ทะลักเข้ามานี้ได้สร้างปัญหาใหม่ ทำให้ระบบการผสานโค้ดอัตโนมัติ (CI - Continuous Integration) กลายเป็นคอขวดของการทำงาน
เดิมทีโครงสร้างพื้นฐานของระบบ CI/CD ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วในการทำงานของมนุษย์ แต่เมื่อ AI เข้ามาเร่งความเร็วในการผลิตโค้ด ปริมาณงานจึงเพิ่มขึ้นมหาศาล ส่งผลให้คิวรอนานขึ้น การทดสอบระบบเกิดความล้มเหลวบ่อยครั้ง และต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพุ่งสูงขึ้น จนทำให้จุดติดขัดในการพัฒนาซอฟต์แวร์ย้ายจากการลงมือเขียนโค้ด มาเป็นการตรวจสอบและทดสอบความถูกต้องแทน
จากปัญหานี้ ทำให้หลายบริษัทเริ่มปรับตัวเพื่อรับมือ โดยในเคสของ Linear ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเปลี่ยนไปใช้ตัวรันระบบ (Runner) ของบุคคลที่สามที่มีความเร็วสูงขึ้น และการปรับจูนระบบทดสอบให้ทำงานขนานกัน (Parallelization) มากยิ่งขึ้น เพื่อลดเวลารอคอยของทีมงาน
นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวยังสะท้อนผ่านบทวิเคราะห์จากบล็อกเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น WarpBuild, Qovery และ Bunnyshell ที่ระบุตรงกันว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่รองรับยุคที่ AI ช่วยสร้างโค้ดจำนวนมากได้ทัน
สะท้อนให้เห็นว่าการนำ AI มาใช้เร่งความเร็วการเขียนโค้ด อาจสร้างภาระงานส่วนอื่นให้เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรไทยที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI