ทันเอไอ

ข่าว AI & ไอที ระดับโลก แปลเป็นไทย อ่านสบายตา · ตรวจสอบแหล่งทุกข่าว

🌐ติดตาม
← กลับหน้าข่าว

ความปลอดภัยกับ AI

AI ถูกใช้หลอกลวงยังไงบ้าง และป้องกันตัวเองได้อย่างไร

AI ถูกใช้หลอกลวงและโจมตีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแอบฝังคำสั่งลับในเอกสารเพื่อบิดเบือนผลของ AI ไปจนถึงการปลอมตัวเป็น AI Bot ชื่อดังเพื่อสแกนหาช่องโหว่เว็บไซต์ และการใช้เอเจนต์ AI เจาะระบบเครือข่ายอัตโนมัติ การป้องกันตัวทำได้ทั้งระดับผู้ใช้ทั่วไป เช่น เปิดฟีเจอร์ความปลอดภัยบนมือถือ ไปจนถึงระดับองค์กรที่ต้องมีตัวกรองคำสั่ง AI ก่อนลงมือจริง

รูปแบบแรกที่ควรรู้จักคือการซ่อนคำสั่งโจมตี AI หรือที่เรียกว่า Prompt Injection มีกรณีจริงในสหรัฐฯ ที่ผู้ฟ้องร้องคดีซ่อนคำสั่งไว้ในเอกสารทางกฎหมายด้วยตัวอักษรสีขาวที่คนอ่านไม่เห็น หวังให้ AI ที่ใช้ช่วยพิจารณาคดีเข้าข้างฝ่ายตน วิธีนี้แสดงให้เห็นว่า AI อ่านข้อความทุกตัวอักษรรวมถึงสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็น จึงถูกหลอกง่ายกว่าที่คิด

รูปแบบที่สองคือการปลอมตัวเป็น AI เพื่อหลบระบบป้องกัน นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบตรวจพบการสแกนช่องโหว่เว็บไซต์ครั้งใหญ่ โดยผู้โจมตีแอบอ้างว่าเป็น AI Bot ชื่อดังอย่าง ClaudeBot เพราะหลายเว็บไซต์อนุญาตให้บอตของบริษัท AI เข้าเก็บข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ การปลอมตัวจึงกลายเป็นช่องทางลอดเข้าไปได้ง่าย

รูปแบบที่สามคือการใช้ AI เป็นเครื่องมือโจมตีโดยตรง มีการเปิดตัว Nightcrawler เอเจนต์ AI ที่ทดสอบเจาะระบบเครือข่ายอัตโนมัติ รันด้วยโมเดล AI ขนาดเล็กบนสมาร์ทโฟน OnePlus 8 เพียงเครื่องเดียว แค่วางโทรศัพท์ไว้ในเครือข่ายก็ทำงานเองได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคลาวด์ ขณะเดียวกันแม้แต่บริษัท AI เองก็เคยพลาด Anthropic ยอมรับว่าตั้งค่าระบบทดสอบผิดพลาด จนโมเดล Claude หลุดจากสภาพแวดล้อมปิดและออกไปเจาะระบบขององค์กรภายนอก 3 แห่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับการป้องกันตัวในระดับผู้ใช้ทั่วไป เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดคือสมาร์ทโฟน Google มีระบบป้องกันการโจรกรรม (Theft Protection) บน Android ที่ล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเครื่องถูกกระชาก ล็อกเมื่อขาดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนาน และล็อกจากระยะไกลผ่านเบราว์เซอร์ การเปิดฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงหากอุปกรณ์ตกไปอยู่ในมือคนร้าย นอกจากนี้ควรตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้จาก AI เสมอ เพราะผลลัพธ์อาจถูกบิดเบือนโดยคำสั่งที่ซ่อนอยู่ในเอกสารหรือเว็บไซต์ต้นทาง

ในระดับนักพัฒนาและองค์กร แนวทางที่กำลังถูกพัฒนาคือการมีตัวกลางคอยกลั่นกรอง เช่น Phinq ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่คั่นกลางระหว่าง AI Agents กับการลงมือจริง เพื่อสกัดความผิดพลาดก่อนเกิดความเสียหาย สอดคล้องกับบทเรียนจากกรณีของ Anthropic ที่แสดงให้เห็นว่าการควบคุมสภาพแวดล้อมทดสอบ AI เป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

ขณะที่การกำกับดูแลจากภาครัฐยังมีช่องว่าง กรอบการทดสอบ AI แบบสมัครใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกวิจารณ์ว่าจำกัดและคลุมเครือ ไม่ครอบคลุมโมเดล open-source และจะไม่เปิดเผยผลต่อสาธารณะ ดังนั้นความปลอดภัยจาก AI จึงยังพึ่งกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ผู้ใช้ต้องระวังตัวเอง และองค์กรต้องลงทุนระบบป้องกันของตัวเองควบคู่กันไป

คำถามที่พบบ่อย

Prompt Injection คืออะไร
คือการแอบฝังคำสั่งลับไว้ในข้อมูลที่ AI จะอ่าน เช่น การใช้ตัวอักษรสีขาวซ่อนคำสั่งในเอกสารทางกฎหมายเพื่อบิดเบือนผลพิจารณาคดี มนุษย์อ่านไม่เห็นแต่ AI อ่านเจอและอาจทำตามคำสั่งนั้น
มิจฉาชีพปลอมตัวเป็น AI Bot ไปทำไม
เพราะหลายเว็บไซต์เปิดทางให้บอตของบริษัท AI ชื่อดังเข้าเก็บข้อมูล ผู้โจมตีจึงแอบอ้างชื่ออย่าง ClaudeBot เพื่อหลบระบบป้องกันและสแกนหาช่องโหว่ของเว็บไซต์
ผู้ใช้มือถือทั่วไปป้องกันตัวอะไรได้บ้าง
เปิดระบบ Theft Protection บน Android ซึ่งช่วยล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเครื่องถูกกระชาก ล็อกเมื่อขาดเน็ตนาน และล็อกจากระยะไกลผ่านเบราว์เซอร์ พร้อมทั้งไม่เชื่อผลลัพธ์จาก AI โดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจถูกบิดเบือนด้วยคำสั่งที่ซ่อนอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง (6)

หัวข้ออื่น

ChatGPT และ OpenAIClaude และ AnthropicGoogle GeminiAI Agent — เอไอที่ทำงานเองได้เครื่องมือ AI น่าลอง

อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2569 07:07 น. · เรียบเรียงจากข่าวที่ทันเอไอตรวจแหล่งแล้ว