แฮกเกอร์ที่ถูกระบุว่าเป็นชาวจีนใช้เฟรมเวิร์ก AI ชื่อ ARTEX โจมตีกว่า 200 องค์กรใน 14 ประเทศ
รายงานจาก BleepingComputer ระบุว่าแฮกเกอร์ที่ถูกระบุว่าเป็นชาวจีนนำเฟรมเวิร์ก AI แบบโอเพนซอร์สชื่อ ARTEX ไปใช้ในการโจมตีอัตโนมัติต่อหลายร้อยองค์กรทั่วโลก
รายงานจาก BleepingComputer ระบุว่า แฮกเกอร์ที่ถูกระบุว่าเป็นชาวจีนใช้ ARTEX ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สสำหรับการทดสอบเจาะระบบ (penetration testing) ที่ทำงานด้วย AI แบบหลายเอเจนต์ (multi-agent) ในการโจมตีมากกว่า 200 องค์กร กระจายอยู่ใน 14 ประเทศ
ARTEX ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ค้นหาช่องโหว่ในระบบก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะพบ แต่ในกรณีนี้เครื่องมือตัวเดียวกันถูกนำไปใช้เป็นอาวุธ การที่ระบบประกอบด้วยหลายเอเจนต์ทำงานประสานกันทำให้การโจมตีสามารถดำเนินการแบบอัตโนมัติได้ในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่กองบรรณาธิการได้รับยังจำกัด ยังไม่มีรายละเอียดว่าองค์กรใดได้รับผลกระทบบ้าง ช่องโหว่ที่ถูกใช้คืออะไร หรือมีการตรวจพบและแก้ไขอย่างไร ข่าวนี้อิงจากแหล่งข่าวเดียว และยังไม่มีคำยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้พัฒนาเฟรมเวิร์ก จึงจัดระดับความเชื่อมั่นไว้ที่ระดับกำลังพัฒนา (developing)
ประเด็นที่น่าจับตาคือ เครื่องมือโอเพนซอร์สเปิดให้ใครก็เข้าถึงได้ ซึ่งหมายความว่าทั้งฝ่ายป้องกันและฝ่ายโจมตีสามารถใช้งานได้เหมือนกัน ผู้ติดตามควรรอรายงานฉบับเต็มและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปขอบเขตความเสียหายที่แท้จริง
เครื่องมือ AI ที่สร้างขึ้นเพื่อการทดสอบความปลอดภัยสามารถถูกนำไปโจมตีจริงได้ องค์กรและทีมไอทีในไทยควรทบทวนการจัดการช่องโหว่และการตรวจจับการโจมตีอัตโนมัติของตนเอง