ฮินตัน “เจ้าพ่อ AI” ชี้ อาจดีกว่าถ้าไม่เคยพัฒนา AI
เจฟฟรีย์ ฮินตัน ผู้ได้รับฉายาว่าเจ้าพ่อ AI บอกกับ The Guardian ว่าโลกอาจดีกว่าหากไม่เคยพัฒนา AI พร้อมเตือนถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในวงการ
เจฟฟรีย์ ฮินตัน ซึ่งมักถูกเรียกว่า “เจ้าพ่อ AI” ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 โดยมี Robert Booth เป็นผู้สัมภาษณ์ ในบทสัมภาษณ์ เขาพูดว่า “อาจเป็นไปได้ว่าเราคงดีกว่า หากไม่เคยพัฒนามันขึ้นมาเลย” คำพูดนี้เป็นการแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ และปรากฏในหลายสื่อ ส่วนหัวข้อบน Hacker News เป็นการสรุปย่อ ไม่ใช่คำพูดตรงตัว
อย่างไรก็ตาม The Guardian ระบุว่า ฮินตันไม่ได้เป็นพวกมองโลกแง่ร้ายด้าน AI (doomer) และยังเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้อาจช่วยสร้างอนาคตที่ดีได้ ท่าทีของเขาจึงเป็นการตั้งคำถามถึงทิศทางการพัฒนา มากกว่าการปฏิเสธ AI ทั้งหมด
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการเตือนเรื่องความเสี่ยง เขาคาดว่าอาจเกิดเหตุการณ์ระดับ “เชอร์โนบิล” ในด้าน AI ภายในปีนี้หรือปีหน้า โดยอาจเกี่ยวข้องกับการทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบการเงินหยุดชะงัก และเขายังเปรียบเทียบกับอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island ในปี 1979 เพื่ออธิบายความร้ายแรงของสถานการณ์
สำหรับทางออก ฮินตันเสนอให้มีหน่วยงานอิสระคล้าย FDA หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ โดยให้บริษัทต้องแสดงหลักฐานทางสถิติต่อหน่วยงานนี้ก่อนว่า โมเดลของตนให้ประโยชน์มากกว่าโทษ
ควรระวังว่านี่เป็นความเห็นและการคาดการณ์จากการสัมภาษณ์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุระดับเชอร์โนบิลจะเกิดขึ้นจริง บนฟอรัม Hacker News ก็มีการพูดคุยเรื่องนี้ในหลายร้อยความเห็น ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง
คำพูดจากหนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่คนในวงการก็เริ่มตั้งคำถามเรื่องความเสี่ยงและการกำกับดูแล ซึ่งเป็นประเด็นที่องค์กรและประเทศไทยควรติดตาม เมื่อนำ AI ไปใช้กับระบบสำคัญ