นักวิชาการโต้: การมอง AI เป็น 'แค่เครื่องมือ' คือความเข้าใจผิดที่บิดเบือนผลกระทบที่แท้จริง
บทความจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนที่ได้รับความสนใจอย่างสูง ชี้ว่าการเรียก AI ว่าเป็นเพียงเครื่องมือที่เป็นกลางนั้น เป็นการมองข้ามพลังของเทคโนโลยีในการหล่อหลอมพฤติกรรมและสังคมอย่างสิ้นเชิง
บทความบนบล็อกชื่อ "Stop saying that AI is just a tool and it only matters how it is used" (หยุดพูดเสียทีว่า AI เป็นแค่เครื่องมือ และสิ่งสำคัญมีเพียงวิธีที่เราใช้มัน) โดย Frank Elavsky นักศึกษาปริญญาเอกด้าน Human-Computer Interaction (ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์) จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน และอดีตพนักงานของ Adobe และ Apple กำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง เขาโต้แย้งว่าวาทกรรมดังกล่าว ซึ่งมักมาจากกลุ่มนักวิชาการที่รักเทคโนโลยี, กลุ่มคนในวงการเทคฯ (tech bros), และนักธุรกิจ เป็นการลดทอนความซับซ้อนและผลกระทบที่แท้จริงของ AI
Elavsky อ้างอิงแนวคิดเชิงปรัชญา Gestell ("en-framing") ของ Martin Heidegger ที่เสนอว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่เป็นกลาง แต่เป็นสิ่งที่ 'หล่อหลอม' หรือ 'วางกรอบ' มุมมองและพฤติกรรมของเราโดยไม่รู้ตัว เขาเปรียบเทียบกับค้อนว่า เมื่อเราใช้ค้อน เราไม่ได้แค่ตอกตะปู แต่ตัวตนของเราในขณะนั้นถูกกำหนดโดยเครื่องมือว่าเราคือ 'คนตอกตะปู' เทคโนโลยีจึงมีส่วนสร้างตัวตนของเราผ่านการออกแบบและการใช้งานของมัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Elavsky ได้ยกตัวอย่าง 'รถยนต์' มาเปรียบเทียบ เขากล่าวว่าคำพูดที่ว่า "รถยนต์เป็นแค่เครื่องมือ สำคัญที่ว่าเราขับมันอย่างไร" นั้นใช้ไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะไม่ว่าเราจะขับรถดีแค่ไหน การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอยู่ดี ในทางกลับกัน การออกแบบเข็มขัดนิรภัยก็ช่วยชีวิตผู้คนได้ไม่ว่าคนขับจะขับดีหรือไม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 'การออกแบบ' ของเครื่องมือมีผลกระทบในตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น การมีอยู่ของรถยนต์ได้เปลี่ยนแปลงผังเมืองของสหรัฐอเมริกาทั้งระบบ ทำให้เมืองไม่เอื้อต่อการเดิน และสร้างผลกระทบทางสังคมในวงกว้างที่นอกเหนือไปจากการใช้งานส่วนบุคคล
บทความของ Elavsky ได้รับการยืนยันว่ามีผู้เข้าชมจำนวนมากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และติดอันดับต้นๆ บน Google สำหรับคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าเดิมต่อเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของสังคม
มุมมองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางนโยบายและกำกับดูแล AI ในไทย เพราะมันกระตุ้นให้เราตั้งคำถามว่า นอกจากการส่งเสริม 'วิธีใช้' AI ให้เกิดประโยชน์แล้ว เราได้พิจารณาถึง 'ผลกระทบจากการมีอยู่' ของมัน ที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมและวิถีชีวิตในระยะยาวแล้วหรือยัง