กระแสต่อต้าน AI เริ่มก่อตัวในแวดวงไอที ชี้กังวลงานลดและปัญหาสิ่งแวดล้อม
แวดวงนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับกระแสการตั้งคำถามและต่อต้านการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในชีวิตประจำวันและที่ทำงาน
ในโลกออนไลน์อย่าง แฮกเกอร์ นิวส์ (Hacker News) และพื้นที่สาธารณะต่างๆ กำลังพูดถึงกระแสที่เรียกว่า "รีซิสต์ เอไอ" (Resist AI) หรือการต่อต้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสะท้อนผ่านมุมมองที่หลากหลายของคนทำงานและนักวิชาการ โดยข้อเท็จจริงพบว่านี่ไม่ใช่ขบวนการที่มีศูนย์กลางหรือโครงสร้างเดียว แต่เป็นคำนิยามกว้างๆ ของความกังวลต่อการผลักดันเทคโนโลยีนี้เข้ามาในสังคม
การต่อต้านและตั้งคำถามเหล่านี้แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมเรื่องการถูกแย่งงาน, ปัญหาจริยธรรมและความโปร่งใส, ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย, ผลกระทบต่อประชาธิปไตยจากการบงการสังคม, และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานมหาศาลของศูนย์ข้อมูล (Data Centers)
สำหรับในภาคธุรกิจ ปรากฏการณ์นี้แสดงออกผ่านการที่พนักงานพยายามหลีกเลี่ยงเครื่องมือที่บริษัทบังคับใช้ หรือหันไปใช้ระบบอื่นที่ไม่ได้อยู่ในระบบที่บริษัทรองรับ (Shadow IT) เนื่องจากความกังวลเรื่องความมั่นคงในอาชีพและการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพจากฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกแนวคิด "ลัดไดต์" (Luddite) หรือผู้ต่อต้านเครื่องจักรในอดีต มาเปรียบเทียบกับการปฏิเสธระบบอัตโนมัติที่เข้ามาลดทอนคุณค่าของมนุษย์ในปัจจุบันด้วย
สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้ถูกยอมรับในทันที เสียงสะท้อนนี้เตือนให้องค์กรในไทยต้องคำนึงถึงความรู้สึกของพนักงานและผลกระทบรอบด้าน ไม่ใช่แค่ความคุ้มค่าทางธุรกิจ