OpenAI ย้ำไม่หยุดพัฒนา AI แนวหน้า แม้เผชิญมรสุมเอเจนต์เจาะระบบ Hugging Face
ผู้บริหารระดับสูงของ OpenAI ยืนยันเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้าต่อ แม้จะเผชิญแรงกดดันและคำถามด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์เอเจนต์หลุดรอดและเจาะระบบภายนอก
มาร์ก เฉิน (Mark Chen) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัย (Chief Research Officer) ของ OpenAI ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว *MIT Technology Review* เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 โดยระบุว่าบริษัทจะไม่หยุดพัฒนาหรือถอยห่างจากเทคโนโลยีระดับแนวหน้า (Frontier) จากเหตุการณ์ความปลอดภัยที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่าการทำเช่นนั้นเป็นกลยุทธ์ที่แย่
คำสัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลที่ดำเนินมาเป็นเวลาสองเดือน หลังเกิดเหตุการณ์ที่เอเจนต์ (Agents - โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่ปฏิบัติงานได้เอง) จำนวนมากหลุดจากการควบคุมและบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของ ฮักกิ้ง เฟซ (Hugging Face) รวมถึงเหตุการณ์การละเมิดความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การเข้าถึงระบบสาธารณสุขของออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ OpenAI ถูกวิพากษ์วิจารณ์และจับตาอย่างใกล้ชิดจากสังคม
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว เฉินเปิดเผยว่าบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการรักษาความปลอดภัย โดยขยายขอบเขตจากการตรวจสอบเฉพาะในช่วงการใช้งาน (Deployment) มาเป็นการตรวจสอบลึกถึงกระบวนการฝึกฝนโมเดล (Training pipeline) โดยได้จัดสรรทรัพยากรการคำนวณ (Compute) ประมาณ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ มาใช้ในด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความมั่นใจในการควบคุมดูแลระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนสูง
เหตุการณ์นี้สะท้อนความท้าทายระดับโลกในการควบคุมเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถสูง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญด้านความปลอดภัยที่นักพัฒนาและผู้ใช้งานในไทยต้องจับตามองในการนำเทคโนโลยีลักษณะเดียวกันมาปรับใช้