เว็บไซต์ทั่วโลกเริ่มปิดกั้น AI Agents หลังหวั่นความปลอดภัยและปัญหาลิขสิทธิ์
แพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่เริ่มใช้มาตรการทางเทคนิคและกฎหมายเพื่อสกัด AI Agents ไม่ให้เข้ามาใช้งานบริการอัตโนมัติในนามผู้ใช้
รายงานจากสำนักข่าวเดอะเวอร์จ (The Verge) เปิดเผยว่า บรรดาเว็บไซต์และแพลตฟอร์มบริการออนไลน์รายใหญ่ เช่น อะมาซอน (Amazon), เดลต้า แอร์ไลน์ส (Delta Air Lines), เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) และ ชาร์ลส์ ชวอบ (Charles Schwab) กำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อปิดกั้นไม่ให้เอไอเอเจนต์ (AI Agents) จากบริษัทเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโอเพนเอไอ (OpenAI), เมตา (Meta) หรือเอ็กซ์เอไอ (xAI) เข้ามาใช้งานบริการในนามของผู้ใช้
มาตรการที่นำมาใช้มีตั้งแต่การใช้ระบบจัดการบอท (Bot management) ของคลาวด์แฟลร์ (Cloudflare), การทำข้อตกลงตามสัญญา ไปจนถึงการใช้คำขู่ทางกฎหมาย โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านความปลอดภัยของระบบ, ข้อพิพาทเรื่องการได้รับอนุญาตใช้ข้อมูล (Data licensing) และการบังคับใช้ข้อตกลงการใช้งาน (Terms of Service) ของเว็บไซต์
ข้อมูลจากคลาวด์แฟลร์ระบุว่า เอไอคราวเลอร์ (AI Crawlers) มีสัดส่วนการดึงข้อมูลมหาศาลแต่ส่งทราฟฟิก (Traffic) กลับมายังเว็บไซต์ต้นน้อยมาก นำไปสู่การเปิดใช้ฟีเจอร์ปิดกั้นบอทอัตโนมัติ ขณะที่รายงานจากแอ็กซิออส (Axios) และเสิร์ชเอนจินเจอร์รัล (Search Engine Journal) ชี้ว่า ผู้ผลิตเนื้อหากว่า 40 ถึง 79 เปอร์เซ็นต์ ได้เริ่มบล็อกบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อนำไปฝึกโมเดลแล้ว
สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ปัญหาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันการดึงข้อมูลเพื่อฝึกเอไอเท่านั้น แต่ได้ลุกลามมาสู่การสกัดเอไอเอเจนต์ที่พยายามทำธุรกรรมหรือจัดการธุระแทนมนุษย์ ซึ่งผู้ดูแลเว็บไซต์มองว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจสร้างความเสี่ยงและขาดความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคำมั่นสัญญาของบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องการให้เอไอทำงานแทนผู้ใช้อย่างอิสระ
แนวโน้มการบล็อกเอไอเอเจนต์ของเว็บไซต์ต่างประเทศ อาจทำให้บริการผู้ช่วยอัจฉริยะที่ผู้ใช้งานชาวไทยคาดหวังว่าจะช่วยจองตั๋วหรือจัดการธุระออนไลน์ให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มรูปแบบตามที่โฆษณาไว้