นักวิชาการชี้ นโยบาย AI มัวแต่สนหายนะระดับโลก จนละเลยอันตรายในชีวิตประจำวัน
บทวิเคราะห์จากสื่อดังชี้ นโยบายเทคโนโลยีปัจจุบันให้ความสำคัญกับการป้องกันหายนะระดับมหภาคมากเกินไป จนมองข้ามผลกระทบที่ผู้ใช้งานต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
บทความวิเคราะห์จาก *MIT Technology Review* เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ได้หยิบยกประเด็นการตั้งเกณฑ์ความสำเร็จของนโยบายเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การป้องกันความเสี่ยงระดับหายนะหรือภัยคุกคามระดับโลก (Existential Risk) เป็นหลัก
ตัวอย่างที่มักถูกยกมาอ้างถึงความสำเร็จ เช่น การที่บริษัท AI พัฒนามาตรการป้องกันไม่ให้แชทบอตสนับสนุนการฆ่าตัวตาย หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทำให้เด็กซื้อยาเฟนทานิลได้ยากขึ้น มาตรการเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียง "เกณฑ์มาตรฐานที่ต่ำ" (low bars) ซึ่งบริษัทสามารถผ่านเกณฑ์เหล่านี้ได้ง่าย แต่ยังคงดำเนินกิจการและปล่อยให้ผลิตภัณฑ์สร้างผลกระทบเชิงลบอื่นๆ ต่อผู้ใช้งานต่อไป
การมุ่งเน้นนโยบายไปที่ความเสี่ยงระดับมหภาคเช่นนี้ อาจสร้างความพึงพอใจลวงตาให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย และเบี่ยงเบนความสนใจจากการกำกับดูแลอันตรายที่เกิดขึ้นจริงและต่อเนื่องในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทั่วไป
ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองจากหน่วยงานวิเคราะห์อย่าง Brookings Institution และงานวิจัยทางวิชาการหลายชิ้น ที่เคยระบุว่าผู้กำหนดนโยบายควรหันมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเร่งด่วนที่จับต้องได้ เช่น อคติทางเทคโนโลยี การละเมิดความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปมีความกังวลมากกว่าภัยพิบัติระดับโลก
สะท้อนให้เห็นช่องว่างของการกำกับดูแลเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่ผู้ใช้อาจยังต้องเผชิญกับปัญหาใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน แม้ภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีจะอ้างว่ามีมาตรการความปลอดภัยระดับสูงแล้วก็ตาม