เพนตากอนเผย พึ่งพาเอไอมากเกินไปทำขีปนาวุธถล่มโรงเรียนในอิหร่านดับกว่า 150 ราย
ผลสอบสวนภายในของเพนตากอนชี้ การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลล้าสมัยเป็นสาเหตุให้ขีปนาวุธสหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมศึกษาในอิหร่าน
จากรายงานการสอบสวนภายในของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน (Pentagon) เปิดเผยว่า เหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ใส่โรงเรียนประถมศึกษาชาราห์ ทายเยเบห์ (Shajarah Tayyebeh) ในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 150 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนอย่างน้อย 123 ราย มีสาเหตุสำคัญมาจากความผิดพลาดหลายประการประกอบกัน
รายงานระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากการใช้ระบบเมเวน สมาร์ท ซิสเต็ม (Maven Smart System) ของบริษัทแพลนเทียร์ (Palantir) ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยระบุเป้าหมาย ประกอบกับข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย (Stale Intelligence) และภาพถ่ายทางอากาศที่ไม่เป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ ความกดดันจากคำสั่งให้โจมตีเป้าหมายจำนวนมากกว่า 1,000 เป้าหมายภายใน 24 ชั่วโมงแรก ทำให้มีเวลาจำกัดในการตรวจสอบความถูกต้อง รวมถึงการตัดสินใจตัดลดเจ้าหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยของพลเรือนลง
ด้านบริษัทแพลนเทียร์ (Palantir) ออกมาชี้แจงว่า ทางบริษัทไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลพื้นฐานหรือความบกพร่องด้านข่าวกรอง และยืนยันว่าไม่มีหลักฐานใดระบุว่าซอฟต์แวร์ของบริษัททำงานผิดพลาด ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงอันตรายและข้อจำกัดของการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการตัดสินใจทางทหารและความเป็นความตาย ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญด้านจริยธรรมและการกำกับดูแลเทคโนโลยีเอไอระดับโลก