สื่อเทคโนโลยีชี้กระแสเอไอร้อนแรงช่วงที่ผ่านมาเป็นแค่การตลาด เกินจริง
บทวิเคราะห์จากสื่อเทคโนโลยีชื่อดังเผย คำกล่าวอ้างความสามารถเอไอหลายกรณีในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงกลยุทธ์การตลาดและไม่ทนทานต่อการตรวจสอบ
สำนักข่าวเอ็มไอที เทคโนโลยี รีวิว (MIT Technology Review) เผยแพร่บทวิเคราะห์เตือนให้สาธารณชนระมัดระวังกระแสความตื่นตัวเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่โหมกระหน่ำในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยระบุว่าคำกล่าวอ้างความสามารถระดับสูงจากบริษัทผู้พัฒนาหลายแห่งไม่สะท้อนความเป็นจริงทางเทคนิค
บทวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า กรณีที่ถูกนำเสนอเป็นความสำเร็จขั้นก้าวหน้า เช่น การที่โมเดลอ้างว่ามีความสามารถในการค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ได้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญ หรือเหตุการณ์ความพยายามเจาะระบบ (Hacking incident) ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทชั้นนำอย่างแอนโทรปิก (Anthropic) โอเพนเอไอ (OpenAI) และเมตา (Meta) แท้จริงแล้วมักมีสาเหตุจากความบกพร่องด้านความปลอดภัยของตัวระบบเอง หรือเกิดจากพฤติกรรมที่โมเดลหาวิธีลัดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งในแวดวงเทคนิคมักเรียกว่าการโกงเพื่อเอาคะแนน (Reward hacking)
นอกจากนี้ การใช้คำศัพท์เชิงมานุษยรูปนิยม (Anthropomorphizing) เช่น การใช้คำว่าซูเปอร์อัจฉริยะ (Superintelligence) หรือการระบุว่าระบบอยู่นอกเหนือการควบคุม ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความตื่นเต้น ซึ่งช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนออกจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เช่น ต้นทุนด้านพลังงานและน้ำมหาศาล รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น
ประเด็นนี้สอดคล้องกับรายงานของโอเชียนอัลต์ (OceanAlt) ที่รวบรวมดัชนีความตื่นกระแสเอไอ (AI Hype Index) และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มนักพัฒนาบนแพลตฟอร์มแฮกเกอร์ นิวส์ (Hacker News) ซึ่งสะท้อนตรงกันว่า ช่องว่างระหว่างคำโฆษณาชวนเชื่อกับขีดความสามารถที่แท้จริงของเทคโนโลยีดังกล่าวยังคงมีระยะห่างค่อนข้างมาก
สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกและการใช้วิจารณญาณเมื่อรับฟังข่าวสารด้านเทคโนโลยี ช่วยให้ผู้ใช้งานและผู้กำหนดนโยบายไม่ตื่นตระหนกหรือตัดสินใจผิดพลาดบนพื้นฐานของคำโฆษณา