งานวิจัยชี้ AI เขียนโค้ดบล็อกเชนได้ แต่ยังหลุดประเด็นความต้องการเดิม
งานวิจัยใหม่เผย เอเยนต์ปัญญาประดิษฐ์สามารถเขียนสมาร์ทคอนแทรคจากคำอธิบายได้ แต่ผลลัพธ์มักคลาดเคลื่อนจากเจตนาเดิมที่ตั้งไว้
งานวิจัยชิ้นใหม่บน arXiv (หมายเลข 2610.37830) เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 โดยคณะนักวิจัย นำโดย อภินัฟ โกเอล (Abhinav Goel), อากอสติโน คัปโปนี (Agostino Capponi), อัลฟิโอ กลีออซโซ (Alfio Gliozzo) และ ไชตยา ชาห์ (Chaitya Shah) ได้ศึกษาปัญหาการแปลงคำอธิบายภาษาอังกฤษทั่วไปให้กลายเป็นสมาร์ทคอนแทรค (Smart Contract) หรือโปรแกรมบนบล็อกเชน (Blockchain) ที่ใช้จัดการธุรกรรมการเงินในโลกเว็บทรี (Web3) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากไม่สามารถแก้ไขได้หลังนำไปใช้งานจริง
ทีมผู้วิจัยระบุว่า โค้ดที่รันได้อาจไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการจริงๆ พวกเขาจึงออกแบบวิธีการประเมินที่อิงจากการปฏิบัติงานจริง (Execution-based evaluation) แทนความเห็น โดยการจำลองและเล่นซ้ำธุรกรรมเดียวกันบนสมาร์ทคอนแทรคที่สร้างโดยเอเยนต์ (AI Agent) เทียบกับสัญญาต้นฉบับ พร้อมทั้งทดสอบเครื่องมือประเมินด้วยข้อผิดพลาดที่ทราบคำตอบล่วงหน้า
ผลการทดสอบจากชุดข้อมูล 500 สัญญา (ซึ่งคำนวณคะแนนได้ 499 สัญญา) พบว่า ระบบที่ให้เอเยนต์ถามคำถามเพื่อทำความเข้าใจความต้องการก่อนเริ่มเขียนโค้ด ได้คะแนนเฉลี่ย 72.9% สูงกว่าวิธีสร้างโค้ดครั้งเดียวรวดเดียวจบซึ่งได้ 53.9% และกระบวนการดั้งเดิมที่ได้ 39.3% อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปผ่านการทดสอบที่สุ่มมาทั้งหมด มีเพียง 19.6% ของสัญญาเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากผู้ตอบคำถามในกระบวนการทดลองเป็นผู้ใช้จำลองที่อ่านจากสัญญาต้นฉบับ ไม่ใช่มนุษย์ตอบจริงๆ และทีมผู้วิจัยระบุว่าเป้าหมายหลักของการวัดผลคือความสอดคล้องกับโค้ดต้นฉบับ ไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงของมนุษย์โดยตรง โดยในปัจจุบัน (หลังเดือนกันยายน 2026) แม้จะมีโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่ๆ ออกมาใช้งานแล้ว แต่ความท้าทายเรื่องความถูกต้องแม่นยำและการรักษาเจตนาของชุดคำสั่งยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่นักพัฒนาต้องระมัดระวัง
สะท้อนความเสี่ยงในการนำเอเยนต์ปัญญาประดิษฐ์มาสร้างระบบการเงินบล็อกเชนที่แก้ไขไม่ได้ ซึ่งนักพัฒนาและผู้ประกอบการไทยต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างเข้มงวดก่อนใช้งานจริง