เดนมาร์กบังคับนักเรียนมัธยมปลาย 'สอบปากเปล่า' ป้องกันการใช้ AI ทำการบ้าน
รัฐบาลเดนมาร์กออกมาตรการเร่งด่วนให้นักเรียนมัธยมปลายต้องอธิบายงานเขียนที่ทำจากบ้านด้วยวาจา พร้อมใช้โปรแกรมติดตามหน้าจอและไฟร์วอลล์ควบคุมการสอบ เพื่อรับมือการทุจริตด้วย AI ที่รุนแรงขึ้น
รัฐบาลเดนมาร์กประกาศมาตรการเร่งด่วนรับมือปัญหานักเรียนใช้ AI ช่วยทำงานเขียนจนตรวจสอบไม่ได้ว่าเป็นฝีมือจริงหรือไม่ โดยกำหนดให้นักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (Upper secondary schools) ต้องผ่านการ "สอบปากเปล่า" (Oral defense) คือต้องอธิบายและยืนยันความรู้ในงานเขียนที่ทำส่งจากที่บ้านด้วยวาจา เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าใจเนื้อหาที่ตัวเองเขียนจริง
มาตรการนี้เน้นไปที่งานเขียนชิ้นใหญ่ที่ทำนอกเวลาเรียน โดยเฉพาะงานที่เรียกว่า større skriftlige opgave หรือ SSO (งานเขียนขนาดใหญ่ประจำหลักสูตร) ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 9,000 คนทำเป็นประจำทุกปี การสอบปากเปล่าจะทำให้ครูประเมินได้ว่านักเรียนมีความเข้าใจตรงกับงานที่ส่งหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมอีกสองอย่าง ได้แก่ การกำหนดให้โรงเรียนใช้เครื่องมือติดตามหน้าจอคอมพิวเตอร์ระหว่างการสอบ และการใช้ไฟร์วอลล์ (ระบบกั้นเครือข่าย) เพื่อควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งในระหว่างสอบและในชั่วโมงเรียน ลดโอกาสที่นักเรียนจะเข้าถึงเครื่องมือ AI หรือแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
Magnus Heunicke รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเดนมาร์ก ระบุว่าประเทศจำเป็นต้องดำเนินการทันที เพราะปัญหาการใช้ AI ช่วยทำการบ้านกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการประเมินผลและการเรียนรู้ของนักเรียน หากปล่อยไว้จะทำให้ระบบการวัดผลการศึกษาไม่สะท้อนความสามารถที่แท้จริงอีกต่อไป
นโยบายดังกล่าวถูกรายงานโดยสำนักข่าว The Guardian และสื่อด้านเทคโนโลยีอย่าง TechRepublic โดยมีรายละเอียดประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการเดนมาร์กในช่วงต้นเดือนสิงหาคม สะท้อนให้เห็นว่าประเทศในยุโรปเริ่มหันมาปรับระบบการสอบอย่างจริงจัง แทนที่จะพึ่งพาเครื่องมือตรวจจับ AI ที่ยังไม่แม่นยำเพียงพอ
นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่าระบบการศึกษาทั่วโลกกำลังเปลี่ยนวิธีวัดผลเพราะ AI — จากการตรวจงานเขียนไปสู่การสอบถามด้วยวาจา ซึ่งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไทยที่เผชิญปัญหาเดียวกันอาจต้องนำไปปรับใช้ในอนาคตอันใกล้