สหรัฐฯ เล็งสอบสวนผู้คัดค้านศูนย์ข้อมูล AI โยงอาจรับอิทธิพลต่างชาติ
รายงานสืบสวนเผยรัฐบาลสหรัฐฯ มองกลุ่มต่อต้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจเป็นนอินซายหรือรับคำสั่งจากต่างชาติ
รายงานเชิงสืบสวนโดย เคน คลิพเพนสไตน์ (Ken Klippenstein) ผ่านแพลตฟอร์ม Substack เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาขยายผลการตรวจสอบกลุ่มบุคคลและภาคประชาสังคมที่ออกมาคัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูล AI (Data Centers) และการพัฒนาเทปัญญาประดิษฐ์ในประเทศ โดยมีความพยายามเชื่อมโยงว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ เช่น ประเทศจีน เพื่อขัดขวางความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังกล่าวมาจากแรงผลักดันของนักการเมืองบางราย เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันอย่าง สว. ทอม คอตตอน (Tom Cotton) และ สส. แลนซ์ กูเดน (Lance Gooden) ที่เคยออกมาเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ตรวจสอบเครือข่ายและแหล่งเงินทุนของกลุ่มที่ออกมาคัดค้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยอ้างประเด็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติเป็นสำคัญ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนว่าบุคคลที่ทำกิจกรรมสาธารณะเพื่อส่งเสริมเป้าหมายของอำนาจต่างชาติอาจมีความผิดทางแพ่งหรืออาญา
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก เนื่องจากข้อมูลจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เช่น แกลป (Gallup) และพิววิเซิร์ช (Pew Research) ชี้ว่าความกังวลของชาวอเมริกันต่อโครงการศูนย์ข้อมูล AI ส่วนใหญ่มาจากผลกระทบในระดับท้องถิ่น เช่น ปัญหาการใช้พลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม มากกว่าจะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ข่าวนี้จึงสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น เมื่อรัฐนำข้ออ้างเรื่องความมั่นคงมาใช้รับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านเทคโนโลยี
สะท้อนให้เห็นวิธีที่รัฐบาลชาติตะวันตกเริ่มใช้มาตรการความมั่นคงเข้ามาจัดการกับข้อถกเถียงเรื่องผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการรับมือกับเสียงคัดค้านเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย