อุตสาหกรรม BPO ฟิลิปปินส์ยังเติบโต แม้ AI มาแรง แต่ต้องปรับลดเป้าหมายอนาคต
The Economist รายงานว่าอุตสาหกรรมเอาต์ซอร์สรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ยังคงเติบโตทั้งรายได้และการจ้างงาน ท่ามกลางกระแส AI ที่เข้ามาเปลี่ยนบทบาทของคนทำงานมากกว่าจะแย่งงานทั้งหมด
นิตยสาร The Economist รายงานเชิงวิเคราะห์ว่า อุตสาหกรรมเอาต์ซอร์สหรือ BPO (business process outsourcing การว่าจ้างบริษัทภายนอกทำงานธุรกิจแทน เช่น คอลเซ็นเตอร์ บริการลูกค้า งานธุรการ) ของฟิลิปปินส์ยังคงเติบโตได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามาเป็นปัจจัยใหญ่ในวงการทั่วโลก
ตัวเลขปี 2026 ระบุว่าอุตสาหกรรมนี้คาดว่าจะทำรายได้รวมประมาณ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการจ้างงานเกือบ 2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ โดย BPO ถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่น่าจะถูก AI ทำลายมากที่สุด เพราะงานส่วนใหญ่เป็นงานที่ระบบอัตโนมัติทำแทนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับต่างออกไป
รายงานอธิบายว่า AI ถูกนำมาใช้ในลักษณะ "intelligence multiplier" หรือตัวคูณประสิทธิภาพ มากกว่าตัวแทนที่มนุษย์ กล่าวคือ AI ช่วยให้พนักงานทำงานที่ซับซ้อนได้เร็วและมีคุณภาพขึ้น แทนที่จะเข้ามาแย่งงานแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้คนทำงานหนึ่งคนรับงานได้มากขึ้นและอุตสาหกรรมโดยรวมยังขยายตัวได้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไม่ได้สวยงามทั้งหมด สมาคมไอทีและธุรกิจ BPO แห่งฟิลิปปินส์ (IBPAP) ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้และการจ้างงานปี 2028 ลงจากแผนเดิม เหลือเป้ารายได้ที่ 4.3–5.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้เหตุผลจากผลกระทบของ AI การลงทุนที่ชะลอตัว และการแข่งขันจากประเทศอื่นที่รุนแรงขึ้น
ความเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่งานระดับเริ่มต้น (entry-level) เช่น การคีย์ข้อมูลและงานธุรการพื้นฐาน ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะถูกระบบอัตโนมัติแทนที่ ทำให้โอกาสจ้างงานพนักงานใหม่ในส่วนนี้ลดลง ขณะที่รายงาน World Development Report 2026 ของธนาคารโลก (World Bank) ยังระบุด้วยว่าฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูงที่สุด เพราะพึ่งพาอุตสาหกรรม BPO อย่างมาก
ฟิลิปปินส์คือกรณีศึกษาสำคัญที่โลกจับตา เพราะแสดงให้เห็นว่า AI อาจไม่ได้ "ล้มอุตสาหกรรมบริการ" ในชาติเดียว แต่กำลังไล่แทนที่งานระดับเริ่มต้นไปก่อน ซึ่งเป็นบทเรียนโดยตรงสำหรับไทยที่มีแรงงานบริการและคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก