นักวิจัยทดลองใช้ AI ตรวจสอบเครื่องสำอางปลอม พบยังมีความผิดพลาดแต่มีศักยภาพ
ผลการทดลองนำ AI ตรวจสอบเครื่องสำอางปลอมชี้ให้เห็นทั้งจุดเด่นในการหาความผิดปกติและข้อจำกัดที่ยังต้องพัฒนา
ชุมชนออนไลน์ Hacker News ได้เผยแพร่บทความบันทึกการทดลองจาก Grover Lab เกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอมในตลาด โดยผู้เขียนได้ทดลองนำภาพถ่ายของผลิตภัณฑ์ลิปทินต์แบรนด์ดังรุ่น Rhode Peptide Lip Tint ทั้งของแท้และของปลอม ไปตรวจสอบผ่านโมเดล AI อย่าง Gemini 3.6 Flash เพื่อทดสอบความสามารถในการแยกแยะสินค้า
จากการทดลองพบว่า โมเดล AI สามารถตรวจจับจุดบกพร่องเล็กน้อยบนบรรจุภัณฑ์ที่มนุษย์อาจมองข้ามได้ง่าย เช่น รหัสไปรษณีย์ที่ผิดพลาด หรือข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างตัวกล่องและหลอดผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม AI ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดในลักษณะที่เรียกว่า False Positive โดยมีการระบุว่าสินค้าที่เป็นของแท้กลายเป็นของปลอม ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดในการผลิตของบริษัทเอง หรือเกิดจากสิ่งรบกวนในภาพถ่ายเช่น แสงและเงา
แม้ผลลัพธ์ในปัจจุบันจะยังมีความคลาดเคลื่อนและไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้เขียนบทความประเมินว่า เทคโนโลยีลักษณะนี้มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบขั้นต้นสำหรับผู้บริโภคทั่วไปในอนาคต
เมื่อมองในมุมมองของอุตสาหกรรมวงกว้าง เทคโนโลยีวิชวล AI (Visual AI) และการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ถูกนำมาใช้ในภาคธุรกิจ E-commerce เพื่อตรวจจับสินค้าปลอมมาสักระยะหนึ่งแล้วผ่านการวิเคราะห์ลวดลายและโลโก้ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตสินค้าปลอมก็หันมาใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพการปลอมแปลงให้แนบเนียนขึ้นเช่นกัน ทำให้เทคโนโลยีการตรวจสอบต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือ
สะท้อนให้เห็นดาบสองคมของการใช้ AI ในยุคปัจจุบัน ที่ทั้งฝั่งผู้ตรวจสอบและผู้ผลิตสินค้าปลอมต่างก็นำเทคโนโลยีมาใช้งาน ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยอาจต้องระมัดระวังในการซื้อสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น