หนี้นอกงบดุลของยักษ์ใหญ่ AI พุ่ง 8 เท่าใน 4 ปี แตะ 1.65 ล้านล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์เตือน 'กู้ลงทุนไม่หยุด แต่เก็บรายได้ไม่ทัน'
การศึกษาของ Nikkei Asia เปิดเผยว่า 5 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ มีภาระผูกพันที่ไม่แสดงเป็น 'หนี้' ในงบดุลสูงถึง 1.65 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าหนี้ที่เปิดเผยในงบดุลเสียอีก
การลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สหรัฐฯ กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน เมื่อการศึกษาของ Nikkei Asia ซึ่งถูกนำมารายงานต่อโดย Fortune และสื่ออีกหลายแห่ง เปิดเผยว่า 'หนี้ที่ซ่อนอยู่' (hidden debt) ของบริษัท 5 แห่ง ได้แก่ Alphabet, Microsoft, Amazon, Meta และ Oracle พุ่งขึ้น 8 เท่าในรอบ 4 ปี แตะระดับ 1.65 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าหนี้ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์ที่ปรากฏในงบดุลจริง
ที่มาของหนี้นอกงบดุลนี้ ไม่ใช่การเงินมืด แต่เป็นภาระผูกพันตามสัญญาระยะยาว เช่น ข้อตกลงซื้อ GPU และเซิร์ฟเวอร์ล่วงหน้าหลายปี รวมถึงสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล (data center) จากผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งตามกฎการบัญชีไม่จำเป็นต้องบันทึกเป็น 'หนี้' ในงบดุล แต่มักถูกเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินรายไตรมาส ทำให้แนวปฏิบัตินี้ถูกกฎหมาย แม้ภาพรวมหนี้จริงของบริษัทจะดูใหญ่กว่าที่นักลงทุนทั่วไปเห็นจากงบดุลมาก
ตัวเลขรายบริษัทที่โดดเด่น ได้แก่ Meta ที่มีหนี้นอกงบดุลราว 420,000 ล้านดอลลาร์ เกือบ 3 เท่าของหนี้ที่เปิดเผย ขณะที่ Oracle หนักสุดในเชิงสัดส่วน โดยหนี้ซ่อนของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 เท่าใน 4 ปี แตะ 273,300 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการผลักดันโปรเจกต์ Stargate ร่วมกับ OpenAI จน S&P ต้องปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ของ Oracle ลงเหลือ BBB- ซึ่งสูงกว่าระดับ 'junk' (พันธบัตรเสี่ยงสูง) เพียงขั้นเดียว
ความกังวลไม่ได้อยู่แค่สื่อ แต่ Bank for International Settlements (ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ) เคยเตือนตั้งแต่เดือนมีนาคมว่า รูปแบบ 'shadow borrowing' (การกู้ยืมในเงามืด) เหล่านี้อาจกลายเป็นจุดเปราะ หากโครงการ AI ขนาดใหญ่หยุดชะงักหรือสร้างรายได้ไม่ทันค่าใช้จ่าย ความวิตกอาจลามไปยังตลาดการเงินในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังมองว่านี่ไม่ใช่วิกฤตในระยะสั้น เพราะบริษัทเหล่านี้ยังมีกระแสเงินสดมหาศาล แต่คำถามสำคัญคือ หากความต้องการ AI ชะลอตัวลงเมื่อใด ภาระผูกพันระยะยาวที่ล็อกไว้แล้วนับล้านล้านดอลลาร์ จะกลายเป็นตุ้มถ่วงที่บริษัทเลี่ยงไม่ได้
ข่าวนี้สะท้อนความเสี่ยงของ 'ฟองสบู่ AI' ที่โลกกำลังจับตา หากการลงทุน AI ของยักษ์ใหญ่สะดุด ผลกระทบจะลามถึงตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่ถือหุ้นเทคสหรัฐฯ หรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง และอาจส่งผลต่อแผนลงทุน data center และบริการคลาวด์ในภูมิภาคด้วย