ยอดขายหนังสือมือสองโตฉ่ำ — คำถามคือเกิดเพราะ AI กว้านซื้อไปฝึกโมเดลหรือเปล่า
ตลาดหนังสือมือสองทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อสันนิษฐานว่าหนึ่งในแรงหนุนอาจมาจากบริษัท AI ที่กว้านซื้อหนังสือจำนวนมากไปใช้เป็นข้อมูลฝึกโมเดล ท่ามกลางปัจจัยอื่นอย่างราคาหนังสือใหม่ที่แพงขึ้นและกระแสโซเชียลมีเดีย
วงการหนังสือและเทคโนโลยีกำลังถกเถียงกันเรื่องการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของตลาดหนังสือมือสอง โดยหัวข้อสนทนาบน Hacker News ที่ได้รับความสนใจ (62 คะแนน กว่า 68 ความเห็น) ชี้ไปที่คำถามว่าการเติบโตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ AI หรือไม่
ข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจที่สุดคือ บริษัทพัฒนา AI อาจกำลังกว้านซื้อหนังสือจำนวนมากเพื่อนำไปใช้เป็น Training Data (ข้อมูลฝึกโมเดล) โดยหนังสือเหล่านี้อาจถูกสแกนเนื้อหาเข้าสู่ระบบ ก่อนถูกทำลายหรือปล่อยเป็นเยื่อกระดาษ (pulped) ในภายหลัง ซึ่งหากเป็นจริง แปลว่าอุปสงค์ส่วนหนึ่งในตลาดมือสองไม่ได้มาจากนักอ่าน แต่มาจากอุตสาหกรรม AI ที่ต้องการข้อมูลข้อความคุณภาพสูง
อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานนี้ยังเป็นเพียงการวิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรมที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ในขณะที่ปัจจัยหลักที่ผลักดันตลาดหนังสือมือสองยังมีอีกหลายประการ ได้แก่ ราคาหนังสือใหม่ที่สูงขึ้นจนผู้บริโภคหันมาซื้อมือสองเพื่อประหยัด, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและระบบ Recommendation Engine (ระบบแนะนำสินค้า) ที่ทำให้ค้นหาหนังสือหายากง่ายขึ้น, กระแสความนิยมจากโซเชียลมีเดียอย่าง BookTok และแนวคิดความยั่งยืนที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy)
รายงานวิเคราะห์ตลาดหนังสือมือสองระดับโลกหลายฉบับก็ชี้ในทิศทางเดียวกันว่าตลาดนี้เติบโตต่อเนื่อง โดยมีอีคอมเมิร์ซและความคุ้มค่าด้านราคาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก จึงเป็นไปได้ว่า AI เป็นเพียงปัจจัยเสริม ไม่ใช่สาเหตุหลักของบูมครั้งนี้
ข่าวนี้สะท้อนว่าความต้องการข้อมูลฝึก AI อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดโลกจริง รวมถึงตลาดหนังสือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักอ่าน ร้านหนังสือมือสอง และสำนักพิมพ์ไทยโดยตรง หากบริษัท AI หันมาเก็บข้อมูลจากหนังสือจริงมากขึ้น ราคาและวงจรหนังสือมือสองในบ้านเราก็อาจได้รับผลตามไปด้วย